Check Point Window Film
ไม่ใช่ว่าจะสามารถติดบนกระจกหน้าต่างได้ทุกชนิด หรือทุกรูปทรง ก่อนการพิจารณาเรื่องติดฟิล์ม ควรตรวจสอบกระจกหน้าต่างของบ้านท่านกันก่อน
Check Point
|
ผิวที่จะติดฟิล์ม (ด้านที่อยู่ในห้อง) เป็นผิวเรียบลื่นหรือไม่?
กระจกที่มีผิวขุขระเหมือนกระจกแม่แบบ ไม่สามารถติดฟิล์มได้ |
| |
|
|
เป็นกระจกแบบ Float Glass โดยทั่วไปหรือไม่?
ในกรณีที่เป็นกระจกแบบเสริมความแข็งแรง(ที่ด้านล่างจะมีเครื่องหมายติดอยู่) ถึงแม้จะติดฟิล์ม แต่เมื่อกระจกแตก อาจเกิดอันตรายจากการที่กระจกจะล้มลงตามรูปร่างของกรอบจากบริเวณขอบรอบกรอบกระจก ในกรณีที่ติดฟิล์มโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันการแตกกระจาย หลังติดฟิล์ม ขอแนะนำให้ใช้ Sealing Materials ติดลงไปทั้ง 4 ด้านของริมขอบกระจกและกรอบกระจก |
| |
|
|
กระจกเสริมตาข่าย?เส้นลวด (ในกระจกจะมีเส้นเหล็กเป็นตารางหรือเป็นเส้นตามแนวตั้ง) หรือ เป็นกระจกหลายชั้นหรือไม่?
กระจกแบบนี้ หากติดฟิล์มแบบปรับแสงแดด(Solar Gard) อาจจะทำให้?กระจกแตกเนื่องจากความร้อน?ได้ (จะมีกล่าวอธิบายในภายหลัง) |
| |
|
|
เป็นกระจกสะท้อนรังสีความร้อนหรือไม่?
เป็นกระจกที่ผิวหน้ามีการผ่านกระบวนการเคลือบผิวหน้าด้วยชั้นบางๆของโลหะ ในกรณีที่ติดฟิล์มลงบนผิวหน้านี้ จะไม่สามารถทำความสะอาดผิวหน้าของฟิล์มได้อย่างเหมาะสม และหากจำเป็นจะต้องลอกฟิล์มออก ชั้นบางๆของโลหะนี้จะถูกลอกออกไปด้วย |
| |
|
|
สภาพแวดล้อมของการติดตั้งเป็นอย่างไรบ้าง?
ผู้ทำการติดฟิล์มจะต้องยืนอยู่ด้านหน้าของกระจกที่จะทำการติด หากบริเวณใกล้เคียงนั้นมีเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เป็นต้น ที่ไม่สามารถเลื่อนออกได้ก็อาจมีกรณีที่ไม่สามารถติดฟิล์มได้ |
| |
|
|
การจับตัวไอน้ำมีสภาพการณ์ที่แย่มากหรือไม่?
ในระหว่างที่มีการติดตั้งฟิล์ม จะมีการทาน้ำยาที่ผิวกระจกและชั้นฟิล์มด้านที่มีกาว และทำการกำหนดตำแหน่งที่จะติด การติดใช้วิธีไล่น้ำยาออกทางบริเวณขอบกระจก ในระหว่างนี้หากสภาพแวดล้อมมีการจับตัวของไอน้ำที่มากเกินไป ฟิล์มจะไม่ติดกับกระจกและอาจหล่นลงมาได้ นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาว หากเป็นสภาพแวดล้อมที่น้ำที่กระทบกับกระจกหน้าต่างแล้วเกิดการแข็งตัว ก็จะไม่สามารถติดฟิล์มได้
|
เกี่ยวกับกระจกแตกเนื่องจากความร้อน
กระจกแตกเนื่องจากความร้อนคือ?
เมื่อกระจกหน้าต่างได้รับแสงแดดที่ส่องมาโดยตรง อุณหภูมิบริเวณส่วนกลางของกระจกจะสูงขึ้น ส่วนกระจกบริเวณรอบนอกที่อยู่ในกรอบกระจกหรือบริเวณที่อยู่ในร่มเงาจะมีอุณหภูมิต่ำอยู่เช่นเดิม
ส่วนกลางของกระจกที่มีอุณหภูมิสูงจะขยายตัวเพราะความร้อน ส่วนบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำจะอยู่ในสภาพที่แข็งตัวจึงเกิดแรงดึง(Stress) ขึ้นบริเวณรอบๆกระจก แรงดึงจากความร้อนนี้มีค่าแปรผันตามความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอุณหภูมิบริเวณส่วนกลางของกระจกที่ถูกแสงแดดส่องโดยตรงกับอุณหภูมิของรอบๆกระจกที่ไม่โดดแดดส่อง หากแรงดึงนี้มีค่าสูงกว่าความแข็งแรง (Strength) ของขอบกระจกก็จะเกิด ?การแตกเนื่องจากความร้อน?ขึ้น ลักษณะการแตกจะเริ่มแตกเป็นแนวตรงทำมุมฉากกับขอบกระจก จากนั้นรอยแตกจะวกไปเวียนมา ในการพิจารณาตัดสินว่า กระจกแตกเนื่องจากความร้อนหรือไม่ ให้ตรวจสอบดูว่าลักษณะการแตกที่บริเวณใกล้ขอบกระจกตั้งฉากกับขอบกระจกหรือไม่
สภาพแวดล้อมที่ทำให้กระจกแตกเนื่องจากความร้อนได้ง่าย
1. กระจกที่มีอัตราการดูดซับแสงอาทิตย์สูง เช่น กระจกดูดซับรังสีความร้อน เป็นต้น หรือ กระจกที่มีค่ารับแรงดึงเนื่องจากความร้อนต่ำกว่า Float Glass ทั่วๆไปเช่น กระจกเสริมตาข่าย?เส้นลวด เป็นต้น
2. กรณีที่กรอบหน้าต่างยึดติดโดยตรงกับคอนกรีตซึ่งมีค่าแรงดึงจากความร้อนสูง
3. กรณีที่มีผ้าม่านหรือมู่ลี่หนาๆอยู่ในระยะที่ใกล้กับกระจกมาก
4. กรณีที่แอร์ที่เป่าออกมาจากเครื่องปรับอากาศโดนกระจกโดยตรง
5. กรณีที่พื้นที่กระจกใหญ่มาก
6. กรณีที่บางส่วนของกระจกอยู่ในร่มเงา
7. กรณีที่คุณภาพงานของริมขอบของกระจกไม่ดี(เป็น Clear Cut หรือไม่)
ความสัมพันธ์ระหว่าง Window Film กับ การแตกเนื่องจากความร้อน
เมื่อติดฟิล์มปรับแสงที่กระจก ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการดูดซับแสงแดดจะสูงขึ้น ทำให้โอกาสเกิดการแตกเนื่องจากความร้อนก็สูงขึ้น ในการเลือกฟิล์มจึงจำเป็นต้องตรวจสอบชนิดของกระจกที่จะนำไปใช้ และสภาพแวดล้อมบริเวณใกล้เคียงให้ดีด้วย